|
|

ประวัติหลวงพ่อพระพุทธโสธร
และวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำนานพระพุทธโสธร พระพุทธโสธร ของเมืองแปดริ้ว เป็นพระศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านไม่ว่ายากดีมีจนพากันเลื่อมใสบูชานับถือกันทั่วไป ประชาชนทุกสารทิศจะมานมัสการเสี่ยงทายและอธิษฐานขอในสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ประสบความสำเร็จตามสิ่งปรารถนา ตามที่ได้บนบาน ศาลกล่าวไว้ ผู้คนได้เล่าขานกันปากต่อปาก คนต่อคนถึงความศักดิ์สิทธิ์และปาฎิหารย์ขององค์หลวงพ่อฯ ที่ดลบันดาลประทานให้ผู้มากราบไหว้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ทำให้ปัจจุบันประชาชนทั่วประเทศได้เดินทางมากราบไหว้บูชากันเนืองแน่น โดยเฉพาะ วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการจะเนืองแน่น ด้วยผู้คนที่ศรัทธาในองค์หลวงพ่อพระพุทธโสธร มามากกว่าวันธรรมดาหลายเท่า จนทำให้ที่จอดรถเนืองแน่นไปด้วยรถยี่ห้อต่างๆ อย่างมากมาย จนที่จอดรถไม่เพียงพอ เป็นที่พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าบารมีของหลวงพ่อฯมากเหลือล้นจริงๆ นอกจากมีผู้คนมากกราบไหว้อย่างไม่ขาดสาย ยังทำให้เป็นวัดที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทยจากประชาชนที่ทำบุญเกี่ยวกับดอกไม้ธูปเทียน วัตถุมงคล ฯ และเป็นวัดใช้งบประมาณในการก่อสร้างพระอุโบสถมากที่สุดในประเทศไทย ใช้งบประมาณกว่าสองพันล้านบาท โดยเงินก่อสร้างมาจากรายได้ของผู้คนที่มาทำบุญเข้าวัดทั้งสิ้น พระพุทธโสธร องค์นี้ ชาวบ้านในพื้นที่ จะเรียกว่า หลวงพ่อโสธร บ้างก็เรียก หลวงพ่อพุทธโสธร บางทีก็เรียกสั้นๆว่า หลวงพ่อ คำว่า โสธร ของวัด ผู้เฒ่าผู้แก่แต่เก่าก่อนได้เล่ากันสืบต่อกันมาว่าเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นี้ เดิมชื่อวัดเสาธง ซึ่งมาจากเสาธงที่มีขนาดสูงใหญ่ ซึ่งมีเครื่องหมายสำคัญ และมีอยู่ในวัดนี้ ครั้นต่อมาได้มีลมพายุพัดเสาธงหัก จนทำให้มีการเรียกขานกันต่อมา จนเพี้ยนและห้วนเข้า จนกลายเป็นนามเรียกในปัจจุบันนี้ว่า วัดโสธร ในสมัยใดไม่ปรากฎชัด ที่ได้มีการเล่าขานกล่าวต่อกันว่า ได้มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยน้ำมา จะลอยตามลำพังองค์เดียว หรือหลายองค์ จะมีสิ่งรองรับการลอยน้ำหลักฐานการเล่าขานไม่ปรากฏขึ้นอยู่กับความนับถือและความเชื่อ เมื่อลอยมาถึงหน้าวัด ชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ช่วยกันอาราธนา อัญเชิญขึ้นจากน้ำไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถและขนานนามพระพุทธรูปนี้ ว่า หลวงพ่อโสธร ตามชื่อวัดด้วย พระพุทธรูปองค์นี้ บ้างก็กล่าวกันว่า เป็นทองสัมฤทธิ์ขนาดเล็ก แต่ได้มีการโบกปูนเพิ่มเติม จนไม่เห็นภายใน และโบกปูนเพิ่มเติมในสมัยใดไม่ปรากฏชัด แต่จากตำราที่แต่งไว้ช้านานแต่เก่าก่อนเล่าขานกันมาว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2470 เกี่ยวกับตำนานเรื่องหลวงพ่อพุทธโสธรไว้ว่า เมื่อนานมาแล้วมีพระเป็นพี่น้องกัน 3 องค์ มีวิชาสามารถในทางแปลงองค์ได้ พระ3 องค์นี้อยู่ทางเมืองเหนือ ได้ปลอมแปลงเป็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา เพื่อจะทดลองดีคนทางใต้ จนมาผุดขึ้นที่แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และได้แสดงอิทธิฤทธิ์ลอยทวนน้ำได้ 3 องค์ ชาวบ้านได้พบเห็นจึงได้ช่วยกันผูกมัดพระพุทธรูป ทั้ง 3 องค์นี้ และช่วยกันฉุดลากจากผู้คนกว่า 500 คน เชือกที่ผูกขาด และฉุดลากไม่ประสบความสำเร็จ และพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้จมหายไป สถานที่นี้เลยมีชื่อว่า สามประทวน แต่ต่อมามีการเรียกผิดเพี้ยนเลยกลายเป็น สัมปะทวน อยู่ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จนถึงทุกวันนี้ และได้มีเรื่องเล่าว่า พระพุทธรูปองค์พี่แสดงฤทธิ์ปาฏิหาริย์ไปลอยลำน้ำเจ้าพระยาแถบสามเสน มีประชาชนจำนวนสามแสนช่วยกันฉุดลาก จะเชิญขึ้นไปไม่ประสบความสำเร็จ จึงเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า สามแสน ต่อมาเพี้ยนเป็นสามเสน ต่อมาพระพุทธรูปพี่ใหญ่ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยไปถึงแม่น้ำแม่กลอง ชาวประมงได้อาราธนาอธิษฐานนำขึ้นประดิษฐาน ณ วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม เรียกชื่อ หลวงพ่อบ้านแหลม จนถึงปัจจุบัน ส่วนพระพุทธรูปองค์น้องสุดท้องได้แสดงฤทธิ์ปาฏิหาริย์ไปผุดขึ้นที่คลองบางพลีและได้มีการอาราธนาขึ้นไปประดิษบานอยู่ที่วัดบางพลี จนมีผู้คนนับถือกันจนถึงปัจจุบัน ส่วนพระพุทธรูปองค์ คือ หลวงพ่อโสะร ได้ล่องจากสัมปะทวน ลงมาตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านพ้นวัดโสธร ชาวบ้านได้พบเห็นได้พากันฉุดลากเชิญขึ้นประดิษฐาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ได้เรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านบางพระ พระพุทธรูป องค์ได้ลอยอยู่แหลมในปัจจุบันเรียกแหลมหัววน ต่อมาได้มีอาจารย์ผู้แก่กล้าวิชา ได้ทำพิธีบวงสรวง เพื่ออัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นบก และประสบความสำเร็จนำมาประดิษฐานในอุโบสถวัดโสธร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว สืบมาจนถึงทุกวันนี้
ปรากฎการณ์ความปาฏิหาริย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร ชาวเมืองเชื่อถือนับถือเลื่อมใสกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจ็บป่วย ปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ บนให้หลวงพ่อช่วยรักษา ทำให้ความเจ็บป่วยคลายลงหายไปทันตาเห็น หรือมีธุระเดือดร้อนหรือปรารถนาในสิ่งใดเรื่องใด ที่ชอบด้วยศีลธรรม หลวงพ่อก็ช่วยให้เกิดมรรคผลตามที่ต้องการ หรือผู้ไม่มีบุตรอยากได้บุตรมาบนบานขอหลวงพ่อ ก็ได้ดั่งใจหรือเรื่องการทำหากินขอให้ประสบความสำเร็จ ก็ได้ตามประสงค์ หรือเรื่องให้แคล้วคลาดให้ปลอดภัย ยังมีปรากฏการณ์อีกมากมายหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นหลายแสนเหตุการณ์ ในแต่ละวันที่ผู้มาแก้บนหรือมาบนหลวงพ่อไม่ขาดสาย สังเกตได้จากของแก้บนผลไม้หรือไข้ต้ม เป็นสิบๆ ถาด หรือแก้บนโดยละครชาตรี อาจจะเป็นโรงใหญ่ โรงกลาง โรงเล็ก รำ บรรเลง ตลอดทั้งวัน เป็นสิ่งที่ทำให้บารมีขององค์หลวงพ่อเป็นที่นับถือบูชากราบไหว้ของประชาชนตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน ได้ ขจรขจายไปทั่วจังหวัด จนทั่วประเทศ จนปัจจุบันมีชาวต่างประเทศได้มากราบไหว้กันมากมาย โดยเฉพาะชาวจีนที่เดินทางมาจากมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ได้เดินทางกราบไหว้กันมากยิ่งขึ้น มากยิ่งขึ้นๆ ตลอดไป ปรากฎการณ์ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธร เป็นที่เคารพนับถือและบูชาและสถิตอยู่ในใจของประชาชนตลอดกาลนาน
|
|
|
|
|
|